Search
Close this search box.

กรมควบคุมโรค พยากรณ์โรคฯ ฉบับที่ 40/2565 "เตือน! ช่วงนี้ยังคงพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกอยู่ แนะกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ใช้มาตรการ 3 เก็บป้องกัน 3 โรค"

กรมควบคุมโรค ขอเผยแพร่ “พยากรณ์โรคและภัยสุขภาพรายสัปดาห์”

ฉบับที่ 40/2565 ประจำสัปดาห์ที่ 45 (วันที่ 6 – 12 พ.ย. 65)

 

“จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในปีนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 26 ตุลาคม 2565  มีรายงานผู้ป่วยทั่วประเทศ 31,830  ราย เสียชีวิต 24 ราย  กลุ่มอายุที่พบป่วยมากที่สุด คือ 5-14 ปี รองลงมา 15-24 ปี และ 25-34 ปี โดยพบผู้ป่วยกระจายทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ จังหวัดที่พบอัตราป่วยสูงสุด 5 ลำดับ ได้แก่ แม่ฮ่องสอน กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ชลบุรี และ ตาก”

“การพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพประจำสัปดาห์นี้ คาดว่าในช่วงนี้ยังคงพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกอยู่ โดยสถานการณ์โรคไข้เลือดออกล่าสุดเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พบผู้ป่วยไข้เลือดออกมากกว่าปี 2564 ในช่วงเวลาเดียวกันถึง 3 เท่า แม้ขณะนี้ว่าสถานการณ์ระบาดของโรคไข้เลือดออกตอนนี้จะมีแนวโน้มลดลง แต่เนื่องจากในพื้นที่ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสมอาจมีน้ำท่วมขังตามภาชนะต่างๆ อันเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลาย อาจเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เกิดการระบาดระลอกใหม่ของโรคได้

กรมควบคุมโรค ขอแนะนำให้ประชาชนช่วยกันป้องกันและลดการแพร่ระบาดของไข้เลือดออก ดังนี้

1.) กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบริเวณบ้านและสถานที่ส่วนกลางในชุมชน เช่น สวนสาธารณะ โรงเรียน  ทุกแห่ง ใช้มาตรการ 3 เก็บป้องกัน 3 โรค  (โรคไข้เลือดออก โรคไข้ปวดข้อยุงลาย และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา) ได้แก่ เก็บบ้าน/สถานที่ส่วนกลาง ให้สะอาดไม่ให้ยุงลายเข้ามาเกาะพัก เก็บภาชนะกักเก็บน้ำให้มิดชิดเพื่อป้องกันยุงลายลงไปวางไข่   และเก็บขยะภายในบริเวณบ้าน/สถานที่ส่วนกลาง ให้เรียบร้อยไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย

2.) การป้องกันตนเองจากการถูกยุงกัด ทั้งในบริเวณบ้านและสถานที่เปิดโล่งหรือกลางแจ้งที่ใกล้แหล่งน้ำขัง เช่น การใช้ยากันยุง นอนในมุ้ง และใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาวเพื่อป้องกันยุงกัด

ทั้งนี้ หากประชาชนหรือบุตรหลาน มีอาการไข้สูงลอย รับประทานยาแล้วไข้ไม่ลด หรือไข้ลดแล้วกลับมีไข้สูงอีก ร่วมกับอาการปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระบอกตา หรือมีจุดเลือดออกที่ลำตัว และแขน ขา ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง โดยเฉพาะยาลดไข้ในกลุ่มแอสไพริน และไอบูโพรเฟน เพราะยากลุ่มเหล่านี้สามารถทำให้โรคไข้เลือดออกมีอาการเลือดออกมากขึ้นและโรครุนแรงได้ ดังนั้น เมื่อมีอาการสงสัยดังกล่าวควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยแยกโรคให้ชัดเจน และได้รับการรักษาที่เหมาะสม จะช่วยลดความรุนแรงของการเสียชีวิตได้  หากมีข้อสงสัยสามารถโทรศัพท์สอบถามข้อมูลได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422”

 

*******************************************************

ข้อมูลจาก : ทีม SAT / สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2565

FileAction
พยากรณ์โรครายสัปดาห์ ฉบับที่ 40-2565 โรคไข้เลือดออก_finalดาวน์โหลด
แชร์เลย / Share