• Version
  • ดาวน์โหลด 2
  • ขนาดไฟล์ 0.00 KB
  • จำนวนไฟล์ 1
  • วันที่สร้าง กันยายน 16, 2022
  • วันที่ปรับปรุงล่าสุด กันยายน 16, 2022
  • หน่วยงาน กลุ่มสื่อสารความเสี่ยง เเละมวลชนสัมพันธ์

กรมควบคุมโรค พยากรณ์โรคฯ ฉบับที่ 35/2565 "เตือนประชาชนช่วงหน้าฝนระวังป่วยไข้หวัดใหญ่ หากมีอาการควรหยุดเรียน หยุดงาน หยุดกิจกรรม แนะกลุ่มเสี่ยงควรฉีดวัคซีนป้องกัน"

กรมควบคุมโรค ขอเผยแพร่ “พยากรณ์โรคและภัยสุขภาพรายสัปดาห์”

ฉบับที่ 35/2565 ประจำสัปดาห์ที่ 37 (วันที่ 11 - 17 ก.ย. 65)

 

“จากข้อมูลการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค  สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในปีนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 8 กันยายน 2565 มีรายงานผู้ป่วย 22,922 ราย อัตราป่วย 34.64 ต่อประชากรแสนคน มีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย รายงานผู้ป่วยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่ยังต่ำกว่าค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง กลุ่มอายุที่พบอัตราป่วยมากที่สุด คือ เด็กแรกเกิด -4 ปี รองลงมา 5-14 ปี  จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อุดรธานี นราธิวาส พะเยา พัทลุง และเชียงราย ตามลำดับ จากการเฝ้าระวังเหตุการณ์จากโปรแกรมตรวจสอบข่าวการระบาด กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 9 กันยายน 2565 มีรายงานเหตุการณ์การระบาดโรคไข้หวัดใหญ่สะสม 11 เหตุการณ์ จากจังหวัดเชียงใหม่ 2 เหตุการณ์ ปัตตานี ลำปาง นครสวรรค์ สุราษฎร์ธานี กระบี่ ตรัง อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และสุโขทัย จังหวัดละ 1 เหตุการณ์”

“การพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพของสัปดาห์นี้ คาดว่าในช่วงนี้จะมีโอกาสพบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่เพิ่มขึ้น เนื่องจากช่วงฤดูฝนเป็นฤดูกาลระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ประกอบกับมาตรการการป้องกันโรคโควิด 19 ผ่อนคลายมากขึ้นสามารถถอดหน้ากากอนามัยได้โดยสมัครใจ ประชาชนจึงควรดูแลตนเองเพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ทุกสายพันธุ์ โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ และโรคโควิด 19 โดยการสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย เมื่ออยู่ในบริเวณที่ชุมชน เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล และล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล หลีกเลี่ยงการเอามือเข้าปาก หรือขยี้ตา ไม่ใช้ของส่วนตัวรวมกับคนอื่น เช่น ผ้าเช็ดตัว แก้วน้ำ หลีกเลี่ยงคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย และเมื่อป่วยควรหยุดเรียน หยุดงาน หยุดกิจกรรมในสถานที่แออัด รวมถึงการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่  การป้องกันโดยการฉีดวัคซีนจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคไข้หวัดใหญ่ได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา ควรเข้ารับการฉีดป้องกันเพื่อผลลัพธ์ที่ดี สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนโควิด 19 ไปแล้ว ควรได้รับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ด้วย เนื่องจากเป็นเชื้อไวรัสคนละชนิดกัน ประชาชนควรได้รับวัคซีนทั้ง 2 ตัว และให้ฉีดห่างกัน 2 สัปดาห์ โดยเฉพาะประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง เพื่อป้องกันการเกิดโรคปอดบวม ทั้งยังช่วยลดความรุนแรงของโรค และลดความเสี่ยงการเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยลงได้  กรมควบคุมโรคจึงขอเชิญชวนประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ 1.หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป
2.เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี 3.ผู้มีโรคเรื้อรัง ได้แก่ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน 4.ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป  5.ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้  6.โรคธาลัสซีเมีย และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งรวมผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มีอาการ และ 7.โรคอ้วน คือผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากกว่า 100 กิโลกรัม หรือ มีดัชนีมวลกายมากกว่า 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร เข้ารับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ที่สถานบริการสาธารณสุขของรัฐใกล้บ้าน และสถานพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422”

      *******************************************************

ข้อมูลจาก : ทีม SAT / สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค

วันที่ 16 กันยายน 2565

FileAction
พยากรณ์โรครายสัปดาห์ ฉบับที่ 35-65 ไข้หวัดใหญ่ดาวน์โหลด
แชร์เลย / Share